-Movie-

ข้อดี 

1. อยากดูเมื่อไหร่ก็ไปดูได้เลย ไม่ต้องคำนึงถึงพันธะสัญญาต่างๆที่ทำไว้กับชาวบ้าน ที่บางทีรอกันไปรอกันมาอดดูซะงั้น

2. ดูที่ไหนก็ได้ จะดูใกล้บ้านก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องมานั่งคำนึงถึงสถานที่ที่เป็นกลางระหว่างบ้านเรากับบ้านคนที่จะไปดูด้วย

3. ไม่จองล่วงหน้าก็หาที่นั่งดีๆได้ เพราะมักจะมีที่นั่งว่างหนึ่งที่เหลือให้เสมอ

4. ไม่มีคนชวนคุย หรือคอยถาม (ไม่นับอีเวรข้างๆที่มันคุยกันเอง)

5. ไม่ต้องมานั่งทำสนธิสัญญาว่า คราวนี้ดูเรื่องที่เอ็งอยากดูแล้ว คราวหน้าถึงคราวข้าเลือกบ้าง

6. ดูเสร็จแล้ว อยากกลับบ้าน อยากเดินเล่น อยากนอนกลิ้งหน้าโรงก็ไม่มีใครว่า

7. ชีวิตเป็นอิสระ ไม่ต้องขึ้นกับใคร

8. จะไปดูเรื่องเดิมอีกรอบก็ไม่มีคนมาคอยบ่นให้รำคาญโสตประสาท "ดูแล้วดูอีกทำไม" (ก็ตังค์กรู ไม่รู้เมืงจะมาเจือกเรื่องของกรูทำไมเหมือนกัน)

ข้อเสีย

1. เวลามีของแถม มันชอบแถมเวลาซื้อตั๋ว 2 ใบ แต่เรื่องเล็ก นานๆๆๆๆๆๆๆๆถึงจะมีของแถมดีๆผุดมาที แต่อดได้แม่เหล็กมาติดตู้เย็นนานแล้ว มันเลิกแจกแล้วหรือว่าแจกให้เวลาซื้อตั๋ว 2 ใบเนี่ย ไม่เคยสังเกต

2. เวลาคันปากอยากโฮกจะไม่มีคนให้โฮกด้วย เพราะวงศาคณาญาติเป็นโรคสปอยล์โฟเบียกันหมด

สรุป

ไปดูคนเดียวดีที่สุด ค้นพบมานานแล้วตั้งแต่คู่ขาที่ไปดูด้วยกันประจำติดภารกิจระยะยาว แรกๆก็โหวงๆเหมือนกันแต่พอไปเรื่อยๆแล้วก็ชิน ไปดูคนเดียวเนี่ยทำได้ แต่การอดดูเรื่องที่อยากดูเนี่ย ทนไม่ได้อย่างแรง

หนังที่จะไปดู

1. หนังที่มีคนที่เราโฮกเล่น

2. หนังที่สร้างจากหนังสือที่ชอบ (ซึ่งน้อยมาก)

3. หนังที่เห็นแล้วอยากดู

หนังที่จะไม่ดู

1. หนังที่ถูกคะยั้นคะยอให้ดู ยิ่งคะยั้นคะยอมากเท่าไหร่ ร่างกายจะยิ่งสร้างสารแอนตี้ต่อต้านมากเท่านั้น (โรคจิต)

ปล.1 เซ็งสุดๆ วอร์เนอร์ก่อเหตุฆาตกรรมหมู่ด้วยการเลื่อนแฮร์รี่ไปฉายกรกฎาปีหน้า เวรรรรรรรรร!!!!!! อุตส่าห์ตั้งตารอ

ปล.2 ทไวไลท์ขึ้นสมอง ไม่มีอารมณ์เรียนญี่ปุ่นอย่างแรง เอาการบ้านมาทำเวลางาน ส่วนเวลาว่างเอาไว้อ่านทไวไลท์