Meg Cabot World Tour 2008

posted on 26 Dec 2008 15:54 by ichino in -ichino-

เมื่อวันที่ 8 - 10 ตุลาที่ผ่านมาเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ถือว่าเป็นช่วงที่มีความสุขที่สุด และหลังจากนั้นก็จมอยู่กับกองงานไม่ได้ผุดได้เกิด จนผ่านไป 2 เดือนถึงจะได้มาอัพเรื่องนี้

ประมาณปลายเดือนกันยา หลังจากผ่านพ้นช่วงลังเลและเครียดและดีใจและตระหนักถึงความซวยของตัวเองตอนที่รู้ข่าวเรื่อง World Tour ของเมกตอนที่จ่ายตังค์จองโรงแรมสำหรับพักร้อนซึ่งชนกับช่วงที่เม็กจะมาพอดีไปเรียบร้อยแล้ว แต่พอเห็นตารางทัวร์ที่แน่นอนขึ้นเวบเราก็รู้เลยว่าต่อให้มีทอร์นาโดหรือเกิดอาเพศอะไรเราก็จะต้องเอาหนังสือไปให้เมกเซ็นให้ได้

ขั้นแรกก็ขอนายเปลี่ยนวันพักร้อนเป็นอาทิตย์ถัดไป นายก็อนุญาต(ขอบคุณสวรรค์...และนาย) ขั้นถัดมาก็โทรไปที่โรงแรมขอเปลี่ยนวัน ด้วยเหตุผลว่า มีงานด่วนทำให้ต้องเลื่อนวัน แน่นอน..เราไม่ได้บอกโรงแรมว่างานด่วนที่ว่าคือภารกิจล่าลายเซ็นเมก คาบอท

เมื่อทุกอย่างลงตัวหมดเราก็เข้าไปเช็คที่ร้านหนังสือที่เมกจะไปแจกลายเซ็น ซึ่งในตอนนั้นเวบของเม็กขึ้นไว้ 2 ที่คือ 8 ต.ค. 51 ที่ B2S สาขา CTW และ 10 ต.ค. 51 ที่ Kinokuniya สาขา Siam Paragon

ที่เวบของคืโนะมีลงประกาศเรื่องนี้ไว้แล้วว่าต้องไปลงทะเบียนด้วยตัวเอง (บึ่งไปลงทันทีหลังเลิกงาน)

ส่วนของที่ B2S เข้าไปดูในเวบแล้วไม่เห็นมีวี่แววเกี่ยวกับเรื่องนี้ เราก็เลยไปถามที่ร้าน โชคดีที่ถามคนรู้เรื่องพอดี ปรากฏว่าเป็นวันที่ 9 ต.ค. ไม่ใช่วันที่ 8 และบอกให้เราลงชื่อไว้กับเค้าก่อนก็ได้ ส่วนรายละเอียดต่างๆเดี๋ยวจะลงทางเวบอีกที

ในเวลาต่อมาก็เกิดอาการจิตตกเมื่อเห็นว่าไม่เหมือนกับที่บอกในเวบ เลยส่งเมลไปถามตามอีเมลในเวบของเม็ก รออยู่ 2-3 วันอย่างใจจดใจจ่อก็ได้รับเมลตอบกลับมา สรุปว่าวันที่ 9 ต.ค. ไปที่ B2S สาขา CTW ส่วนวันที่ 8 ต.ค. เมกจะไปที่ Asia Books Siam Paragon เราก็โทรไปเช็คและขอลงชื่อทางโทรศัพท์เรียบร้อย

เราก็รอแล้วรออีก เข้าไปเช็คในเวบทุกวัน และไปที่ร้านอีกครั้งก็ยังไม่เห็นมีการประกาศอะไร จนทนไม่ไหวตัดสินใจโทรศัพท์ไปถาม และก็ได้ลงชื่อทางโทรศัพท์เป็นที่เรียบร้อย เสร็จสิ้นภาระกิจขั้นต้น ต่อไปก็เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข

8 ต.ค. 51

และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง ขอลางานตอน 3 โมง แต่ว่ากว่าจะได้ออกมาก็ 3 โมงครึ่ง(พระเจ้า! แทบจะกระโดดกัดคอคนแถวๆนั้น) ไปถึงที่ Asia Books Siam Paragon ตอนประมาณ 4 โมง ยังจัดสถานที่ไม่เสร็จดีก็เลยไปหาอะไรกินรอ กลับมาอีกทีตอนเกือบ 5 โมง เริ่มลงทะเบียนกันแล้ว เราได้เป็นคิวที่ 35 ทางร้านจัดที่นั่งให้นั่งตามเบอร์ ซึ่งเราประทับใจในจุดนี้มาก คิวใครคิวมัน และระหว่างรอเมกมา มีคนยกของว่างมาเสิร์ฟให้ถึงที่ด้วย หรูหราขนาดเรียกชื่อไม่ถูกและกระเดือกไม่ลงไป 1 ชิ้น เกลียดพวกผลิตภัณฑ์ชาเขียว

ตอนที่ลงทะเบียนทางร้านให้โพสอิทสำหรับเขียนชื่อตัวเองและข้อความที่ต้องการให้เมกเขียนให้ด้วย นึกไม่ออกอย่างแรง เราไม่ได้อยากให้เมกเขียนอย่างที่เราต้องการ เราต้องการให้เม็กเขียนให้กับเราเอง แต่ไปๆมาเราก็เขียนเผื่อไป

ได้เวลาเมกเดินเข้ามาในร้าน(ฮือฮากันใหญ่ เราก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย) แวะดูแผงหนังสือที่อุทิศให้เมกทั้งหิ้ง แล้วก็เข้ามานั่งตรงรูปที่ลงไว้ข้างบน สัมภาษณ์สื่อก่อน(คิดว่าเป็นพวกสื่อนะ) แล้วถึงเริ่มงาน ทักทายแฟนๆ แล้วก็ตอบคำถาม

ตอนที่เมกตอบคำถามแฟนๆ เราถ่ายวีดีโอไว้ด้วย ยกมือค้างอยู่ตลอดประมาณ 14 นาที ถ่ายเสร็จแล้วแขนเดี้ยงทั้งสองข้าง พอตอบคำถามเสร็จก็ถึงช่วงที่ทุกคนรอคอย ทางร้านให้เข้าแถวตามบัตรคิวที่ได้ เวลาผ่านไปเร็วกว่าที่คิดเยอะ พอใกล้ๆถึงคิวเราตอนนั้นจะประสาทกินแล้ว ไม่เคยแม้แต่จะคิดมาก่อนว่า นักเขียนที่ชอบที่สุดจะมานั่งอยู่ตรงหน้า ได้ขอลายเซ็น ได้บอกว่าเราชอบหนังสือของเมกมากแค่ไหน โอ้แม่เจ้า! คิดแล้วยังไม่อยากจะเชื่อว่าจะได้มีโอกาสแบบนี้

ขนเรื่อง The Mediator ไปทั้ง 6 เล่ม ทางร้านบอกว่ามีข้อจำกัดทางด้านเวลาเลยเซ็นให้ได้แค่คนละ 2 เล่มเท่านั้น ก็รู้อยู่แล้วล่ะ แต่ขนไปเผื่อก็ไม่เสียหลาย แต่ก็ได้แค่ 2 เล่มจริงๆเลยเลือกเล่มแรกกับเล่มสุดท้ายให้เซ็น

เราเอาเรื่องนี้ไปให้เซ็นทั้ง 2 เล่มเมกถามว่าเราชอบเรื่องนี้มากหรอ เราก็บอกไปว่า "I Love Jesse" ซึ่งเป็นคำตอบที่หลุดไปก่อนที่เราจะรู้ตัว โอ้แม่เจ้า! กรูพูดอะไรออกไปเนี่ย ถึงในใบแนะนำจะบอกไว้ว่าไม่ต้องเครียดว่าพูดอะไรออกไปแล้วเมกจะเก็บไปคิด รู้ว่าเมกไม่ถือ แต่อายตัวเองว่ะ

เซ็นเสร็จเราก็เดินออกไปรับของที่ระลึก ซึ่งก็ทำให้เราประทับใจอีกเช่นกันกับถุงผ้าจากเอเชียบุ๊คส์ แล้วยังมีพวงกุญแจและที่คั่นหนังสือที่น่ารักมากๆซึ่งถ้าไม่มีอีกชิ้นเราคงไม่กล้าใช้  และ Princess Diaries เล่ม 5

เสร็จแล้วเราก็กลับไปตรงที่เมกเซ็นต่อด้วยความรู้สึกที่ว่า ฮีโร่ของเรายังนั่งอยู่ตรงนั้น แล้วเราจะกลับบ้านได้ยังไง เรายืนอยู่ข้างๆกับตากล้องคนอื่นๆ ระยะห่างแค่สามก้าวก็ถึงตัวเมก ทำให้เรารู้สึกแปลกๆเล็กน้อย ด้วยความที่ว่าเคยตามพวกจูเนียร์มาก่อนและมันเป็นอะไรที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง ไม่มีแฟนๆคนอื่นแย่งกันเข้าใกล้ ไม่มีการ์ดคอยมาดัน ถ้าเราอยากดังและไม่ห่วงหน้าตาประเทศชาติตอนนั้นเราสามารถเดินเข้าไปหาเมกได้อย่างสบายๆ

และก็ตอนนั้นเองขณะที่เรากำลังยืนดูเมกเซ็นให้คนอื่นแล้วเราก็ถ่ายรูปไปด้วย เราถึงได้ตระหนักว่า "กรูลืมขอถ่ายรูปกับเมก" เราเลยรอจดเซ็นหมดทุกคนและเข้าไปขอถ่ายรูป โดยวานพี่ช่างกล้องแถวนั้น(ขอบคุณมากค่ะ)

พอเซ็นเสร็จเมกก็จะกลับ ไม่มีขบวนส่งเสด็จเป็นล้าน ไม่มีคนคอยตามกรี๊ด ไม่มีคนแย่งกันยืนด้านหน้า และไม่มีขบวนการขี้ปลาทองที่คอยตามติดดาราไม่ปล่อย ไม่มีซักอย่าง เมกเดินออกจากร้านตัวปลิวไปกับผู้จัดการ รู้สึกขัดสัญชาตญาณตัวเองเป็นที่สุด(ด้วยความที่เคยอยู่ขบวนการขี้ปลาทองมาก่อน) จากนั้นก็กลับบ้านด้วยหัวใจพองโต

9 ต.ค. 51

ลางาน 3 โมงครึ่งเช่นกัน แต่กว่าจะโผล่หัวออกมาจากออฟฟิศได้ก็ 4 โมงกว่า(อย่างเซ็งยิ่งกว่าเมื่อวาน) วันนี้มีที่ B2S CTW คราวนี้มีเงื่อนไขว่าหนังสือที่จะให้เมกเซ็นต้องเป็นหนังสือที่ซื้อจากที่ร้าน และต้องซื้อในวันนั้นด้วย(อะไรมันจะขนาดนั้น) จำกัดคนละ 2 เล่ม เอาวะเพื่อลายเซ็น ยอมซื้อหนังสือจากร้านที่ไม่ใช่คิโนะ ได้ที่คั่นหนังสือมาเพิ่มอีกอัน คนละลายกับเมื่อวาน(ดีใจ) แล้วก็ไปเดินฆ่าเวลารอจนถึงเวลาลงทะเบียน

คราวนี้ไม่มีเบอร์ลงทะเบียน เก้าอี้ก็จัดไว้แล้วแต่ไม่มีเบอร์ คนก็ยังไม่ค่อยมา ที่นั่งข้างหน้าว่างอยู่ อยากไปนั่งมาก แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้คิดว่านั่งแถวที่สองเผื่อไว้ก่อนดีกว่า เกิดไปนั่งแถวแรกแล้วใกล้ๆเริ่มงานมีคำสั่งจากนรกมาว่า "แถวหน้าสำหรับผู้สื่อข่าว" เราคงต้องลุกให้อย่างจำใจและเมื่อหันหลังไปก็ต้องพบว่า ที่นั่งเต็มหมดแล้ว รวมทั้งแถวยืนข้างหลังก็หนาแน่น ทำให้ตัวเองต้องไปยืนชะเง้อคอข้างหลัง... ซึ่งทั้งหมดนั้นไม่เกิดขึ้นเลย 

เรื่องที่เกิดขึ้นก็คือ เราไปรอตั้งแต่ 5 โมง 1 ชม.ก่อนเม็กมา แต่กว่าเม็กจะได้มาก็ 1 ทุ่ม โอ้แม่เจ้า กรูหิวข้าว เมื่อยด้วย ระหว่างที่รอก็ยังคิดไม่ตกไอ้เรื่องนั่งแถวหน้า เพราะว่ามันจะบรรเจิดมาก หน้าสุดไม่มีคนบัง(ยกเว้นตากล้อง) สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจได้ก็คือ มีอีเวรคนนึงมายืนคุยกับคนข้างหลังเรา แล้วพี่ท่านมันในอารมณ์มาก เอามือฟาดพนักเก้าอี้ที่เรานั่งป้าบป้าบป้าบ(ไอ้สลัดเอ๊ย) กรูไม่อยู่แล้ว เปลี่ยนไปนั่งแถวหน้าทันที

แต่ภาพนี้ถ่ายตอนนั่งอยู่แถว 2

อืม ที่จริงรู้สึกว่าเมกจะมาได้ซักพักแล้วล่ะ แต่ว่ามันมีสัมภาษณ์กับสื่อก่อน(มั้ง) เลยยังไม่ได้เจอ เมื่อวานที่เอเชียบุ๊คส์ก็มีสัมภาษณ์ก่อนเหมือนกันแหล่ะ แต่ว่าเค้าสัมภาษณ์กันตรงเวทีเลยไง คนที่รอถึงแม้จะไม่ได้มีส่วมร่วมด้วย แต่ก็ยังได้เห็นว่าเมกมาแล้ว เลยไม่รู้สึกว่าต้องรอนาน

วันนี้ก็เหมือนเมื่อวาน ตอบคำถามแฟนๆก่อนแล้วค่อยแจกลายเซ็น ไม่มีบัตรคิว ลุกแล้วก็เข้าแถวเลย

คราวนี้ไม่เซอะเบ๊อะเข้าไปขอลายเซ็นอย่างเดียวแล้ว พอใกล้ๆคิวก็วานเจ้าหน้าที่แถวนั้นให้ถ่ายรูปให้ (ขอบคุณค่ะ)

มีความสุขโคตรๆ >w<

10 ต.ค.51

(เพิ่งมาอัพของวันนี้ทีหลัง ลืมๆไปบ้างแล้ว จะพิมพ์เท่าที่จำได้)

วันสุดท้ายที่คิโนะ พารากอน วันนี้ให้ตายก็ต้องออกจากออฟฟิศ 3 โมงให้ได้ ไปถึงนู่นกี่โมงจำไม่ได้แล้ว ลงชื่อเสร็จ ให้บัตรคิวสำหรับเซ็นชื่อที่ 19 (หรือ 21 เนี่ยล่ะ จำไม่ได้แล้ว)(และได้ที่คั่นหนังสือมาอีก 1 อัน รวมแล้วมีในครอบครองทั้งหมด 3 อัน) ไปจองที่นั่ง ได้แถวที่ 3 หรือ 4 เนี่ยล่ะ นั่นไปเร็วกว่าเวลานะ เห็นได้ถึงการประชาสัมพันธ์ ระหว่างรอมีเจ้าหน้าที่ของคืโนะมาคอยอัพเดทสถานการณ์ให้ตลอด(ชอบมาก) แล้วก็การเตรียมตัวในการให้เมกเซ็นหนังสือ(ช่ำชองแล้วค่ะ ผ่านมาแล้ว 2 สมรภูมิ) คราวนี้ให้เซ็นได้แค่เล่มเดียว เซ็งค่ะ เพราะเราเหลืออีก 2 เล่มที่อยากให้เซ็น

วันนี้ก็เหมือนๆกับวันอื่นๆ เมกตอบคำถามเสร็จแล้วก็เซ็นชื่อ (ทำมือตัวเองเดี้ยงอีกครั้งด้วยการถ่ายวีดีโอตลอดการตอบคำถาม)

เราทำของมาให้เมกด้วย คิดตั้งนานว่าจะทำอะไร สุดท้ายก็มาลงที่ตะกร้า(ถ้ามันเรียกว่าตะกร้าได้)  ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นของหากินของเรา ต่างกับที่เคยทำให้คนอื่นตรงที่ใส่ลูกไม้ไปด้วย ส่วนกุญแจที่ห้อยอยู่ทางซ้ายมือ ตอนแรกอยากติดมงกุฏมากกว่าแต่หาไม่ได้ ทำเสร็จแล้วอยากได้เอง เป็นของชิ้นแรกที่ทำให้คนอื่นแล้วอยากได้เอง แต่ให้ทำอีกรอบนี่ไม่เอา ขี้เกียจ

ตอนที่ต่อแถวรอ ตื่นเต้นมาก ตื่นเต้นตรงให้ของเนี่ยล่ะ พอถึงคิวเราก็เอาหนังสือไปวาง (สุดท้ายก็เอาไปเล่มเดียว) แล้วก็ส่งของให้เมก บอกเมกว่าหนังสือของเมกทำให้เรามีความสุข ก็เลยอยากจะทำอะไรให้เมกบ้าง เมกบอกว่าดีใจมาก เราดีใจยิ่งกว่า ฝันเป็นจริงแล้ว ได้เจอ ได้บอกว่าชอบผลงาน ได้ลายเซ็น ได้ถายรูปคู่ ได้จับมือ ได้ให้ของ ให้กับมือด้วย ฝันที่เป็นจริงไม่ได้มีแต่ในทีวีค่ะท่านผู้ชม สติแตกไปแล้ว และแน่นอนถ่ายรูปคู่ด้วยอีกรอบ

เซ็นเสร็จกลับมานั่งที่เก้าอี้ นั่งดูเมกเซ็นให้คนอื่น หลังๆเริ่มสังเกตว่า มันไม่คนละเล่มแล้ว 2 ก็มี 3 ก็มี ก็คือตามที่ทางร้านบอกน่ะเล่มเดียว แต่ตามในเวบเมกบอกว่าได้ 4 ทางร้านห่วงเรื่องเวลาก็เลยให้แค่เล่มเดียว อันนี้เราก็เข้าใจนะ แต่จริงๆแล้วเอาไป 2 หรือ 3 เมกก็เซ็นให้อยู่ดี

และก็เกิดอาการร้อนรน ไม่ได้แล้ว กรูต้องเอาอีกเล่มไปให้เซ็นให้ได้ นั่งรอจนเลยคนใกล้หมด เห็นคนเดินไปหา ผจก.ของเมก (คิดว่าเป็น ผจก.นะ เห็นมาด้วยทุกวัน) ที่ยืนคุมแถวอยู่เลยเอามั่ง คุณผจก. เอเคเอ เล็กซ์ ลูเธอร์(เวอร์ชั่น Smallville)  ผู้ใจดีก็ให้เข้าไปเซ็นอีกรอบ

ผู้ชายหัวเหม่งทีไรแล้วอดนึกถึงเลกซ์ ลูเธอร์ไม่ได้ นายของข้าพเจ้าก็เช่นกัน แต่เป็นเวอร์ชั่นเควิน สเปซี่)

ทางร้านประกาศว่าวันนี้หนังสือของเมกทุกเล่มลด 20% เราก็เลยไปสอยมา 3 เล่ม แต่ปรากฏว่าพอจ่ายตังค์เสร็จแล้วถึงเห็นว่ามีเล่มนึงไม่ได้แปะป้ายลด 20% ไว้ เลยไม่ได้ลด เซ็ง มันแต่เลือกสภาพเล่ม ไม่ได้ดูสติ๊กเกอร์ แคชเชียร์ก็ไม่คิดจะบอกกันบ้างเลยหรอ(ฉาดดด) แต่ช่างเหอะ พอดียื่นบัตรลดไปด้วย ได้ลด 10% ก็ยังดี (ก็ว่าอยู่ว่าทำไมไม่ทักว่าลดอยู่แล้ว)

ซื้อ 3 เล่มนี้ ได้พวงกุญแจที่ว่ามาอีก 3 วะฮ่าฮ่า สรุปแล้วตอนนี้มีในครอบครองทั้งหมด 6 อัน และไม่คิดจะใช้ด้วย เป็นลูกอีช่างเก็บ

ปล.1 ย่ำต๊อกกับเอนทรี่นี้มาตั้งแต่เดือนตุลา ในที่สุดก็ได้อัพ T^T

ปล. 2 เพิ่งรู้ว่าเม็กถนัดซ้าย

ปล.3 Meg Cabot. You're my hero. Love you, Love you.

ปล.4 กรูจะบ้าตายกับขนาดตัวหนังสือ ปรับไม่ได้ซักที

Comment

Comment:

Tweet

ในที่สุดก็อัพ ฮาๆ รออ่านมานานมากกลับมาจากโคจิ
เปิดปุ๊บได้อ่านปั๊บเลย อิอิอิ ของขวัญปีใหม่

โคตรฮาแบบสุดๆ โดยเฉพาะขบวนขี้ปลาทองเห็นภาพเลยsad smile
แต่ไม่เคยเป็นขี้ปลาทองเจอาร์อะ เคยเป็นแต่วงอื่น

#3 By ฮิคิโคโมริน(แฟนบล็อค) (124.84.81.50) on 2009-01-04 09:11

ว้าววว ถ้าจูนเป็นเมกนี่ดีใจตายเลยยย มีแฟนหนังสือทำของน่ารักๆมาให้ด้วย big smile

Happy New Year เจ้าของบล็อกนะคะ ขอให้มีความสุขมากๆปีใหม่นี้ confused smile

#2 By JUNEBUG* on 2008-12-29 20:27

ไม่รู้เรื่องเลย!!! วนเวียนอยู่แถวๆคิโนะแต่ไม่ได้รู้เรื่องกะเค้าเลย อืม Meg Cabot หน้าตาเป็นหยั่งงี้เอง รูปจขบ.บอกอารมณ์ปลื้มมากเลยค่ะ ไปตั้งสามรอบแน่ะ ถ้าเราเป็น Meg คงปลื้มน่าดูconfused smile

#1 By talalan on 2008-12-26 17:11