ทางลัด

posted on 28 Aug 2006 15:13 by ichino in -ichino-

หลังจากอัพเรื่องด่ำดิ่งพสุธาแล้ว ก็กลับมาโอ้ลั่ลล้าอีกครั้ง ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ที่แล้วมากๆค่า

วันที่ 11 - 22 สิงหาคมที่ผ่านมา มีงานเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ที่ไบเทค เราและอีก2 สถาบันร่วมกันไปออกบูธ ซึ่งแต่ละวันก็ต้องผลัดเวรกันไปเฝ้า

เราก็นัดแนะผลัดเวรเรียบร้อย ว่าจะไปเฝ้าวันไหนบ้าง

วันที่ 11 เป็นวันเปิดงาน ก็เลยไปทั้ง 2 คน ต้องไปถึงงานก่อน8 โมง ตอนแรกมันจะให้ไปเจอกันแล้วนั่งรถของออฟฟิศมาด้วยกัน เพราะในเมื่อมันเป็นงานเลยไม่อยากให้เราลำบากต้องไปเองแต่ถ้าให้ไปเจอกันก่อนเนี่ยล่ะค่ะจะลำบาก จากบ้านเราไปไบเทคประมาณ 30-45 นาทีก็ถึง ออกจากบ้านตอน 7 โมงก็ยังทัน แต่ถ้าให้ไปเจอกันก่อนแถวอโศกเนี่ย มิทราบเหมือนกันว่าจะต้องออกจากบ้านตั้งแต่ยามเท่าไหร่ เห็นเราปฏิเสธ ไม่ได้เกรงใจค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะอ้อมไปอ้อมมาทำไม ก็เลยอธิบายให้ฟังว่าเราไปเองมันสะดวกกว่า

อยู่งานถึงตอนเที่ยงก็กลับมาออฟฟิศพร้อมกับมันแล้วก็นิฮิระเซนเซ ระหว่างทางกลับ ง่วงมาก นั่งสัปหงกเป็นระยะ เกรงใจเหมือนกัน แต่สังขารมันไม่ได้ร่วมเกรงใจด้วย ถึงออฟฟิศปุ๊บโด๊บกาแฟไป 2 แก้ว ได้เรื่องเลย ไม่ง่วงแล้วแต่นั่งใจสั่น ปวดหัวทั้งวันแทน

วันที่ 15 เวรเราเฝ้าตั้งแต่ 9 โมง - 3 โมง ฮิกะซังบอกว่า เสร็จแล้วก็กลับบ้านได้เลย รับคำเรียบๆ แต่ลิงโลดอยู่ในใจ ถ้าออกไปเต้นฮูลาฮูล่าได้คงทำไปแล้ว ดีใจมากเลยค่า~~~ เราก็เลยตัดสินใจขับรถไป เพราะว่ามันจะสะดวกกว่ามากทั้งขาไปและกลับ

เรารู้ตัวตั้งแต่เย็นวันที่ 14 แล้วว่าในกระเป๋าตังค์ไม่มีแบงค์ซักกะใบ มีแต่เศษตังค์(อนาถจริงๆ) แต่ด้วยความชะล่าใจที่ว่าขับรถไปก็เลยช่างมัน

พอไปถึงไบเทค ก็เลี้ยวลงที่จอดรถ เห็นป้ายเขียนไว้ว่า

"ค่าจอด60 บาททั้งวัน"

เซ็งในอารมณ์เนื่องจากงกไม่อยากจ่าย แต่ก็ช่วยไม่ได้ ดีกว่าจอดตากแดดร้อนๆทั้งวัน

ตอนนั้นคิดในใจว่าไม่มีที่ไหนเค้าจ่ายตอนเข้าหรอก ส่วนมากจ่ายตอนออกกันทั้งนั้น

แต่เนื่องจากว่า "ซวย" ไม่มีเงินเลย พอไปถึงตรงที่รับบัตร เราเลื่อนกระจกลงยื่นมือไปรอรับบัตร ยามกลับยิ้มให้แล้วพูดคำที่ฟังแล้วชาไปทั้งตัว

"60 บาทครับ"

ยิ้มกลับไป "ไม่มีเงินเลยค่ะ"

ยามยิ้มกลับมาแห้งๆ

"เอาใบขับขี่ไว้ก่อนได้มั้ยคะ เดี๋ยวมาจ่าย"

"คะ ครับ"

ไม่ได้ก็ต้องเอาแล้วล่ะค่ะ เพราะว่าไม่ตังค์จริงๆ อายก็อาย แต่มันช่วยไม่ได้

จอดรถเสร็จ ก็รีบไปกดเงิน แล้วเอาลงมาจ่าย กำลังจะกลับเข้าไปในงาน ควานหาบัตรสต๊าฟไม่เจอ คิดว่าลืมไว้ที่รถเลยเดินกลับไปดู

17B ท่องไว้อย่างดีเดี๋ยวตอนกลับหารถไม่เจอ

เดินไปใกล้ๆ แทบช๊อคอยู่ตรงนั้น เฮ้ยยยย รถไม่อยู่ เก่าขนาดนี้ไม่น่าจะมีคนมาซิวไป ใจหายวาบรีบซอยเท้าเข้าไปดู ปรากฏว่า

รถไหลไปด้านหลัง เพราะว่าที่จอดมันเป็นแบบลาดลง

ให้ตายเถอะ อุตส่าห์เป็นคนดีไม่ใส่เบรกมือเวลาจอด แต่เจือกทำที่จอดแบบสโลบ(เพื่ออะไรก็ไม่รู้) เล่นเอาใจหายหมด

เป็นงานที่น่าเบื่อมาก นั่งอย่างเดียว คนที่จะมาดูบูธเราจะต้องพวกต่อโทต่อเอก แล้วคนที่มาในงานส่วนใหญ่ เป็นกองทัพนักเรียนมาทัศนศึกษาทั้งนั้น เสียงดังแสบแก้วหูมากๆ

ใจจดใจจ่อให้ถึง 3 โมงเร็วๆ มันจะได้มาเปลี่ยนเวร ตั้งใจว่าจะแวะมาออฟฟิศมาธนาคารด้วย ปกติคนญี่ปุ่นจะตรงเวลา น่าจะมาซัก 2 โมงครึ่งมั้ง แต่กว่าจะเสด็จมาล่อไป 3 โมงครึ่ง ไม่ต้องไปแล้วชั้น ธนาคงธนาคาร แต่ก็ต้องไปออฟฟิศอยู่ดี นัดบีไว้กลับบ้านด้วยกัน

ออกจากไบเทค กำลังคิดๆอยู่ว่าไปทางไหนดีที่รถไม่ติด ถ้าไปทางสุขุมวิทคงจะไม่เวิร์ค เมื่อวันศุกร์เห็นพี่อาทิตย์ขึ้นทางด่วน เลยลองมั่ง ความหงุดหงิดเรื่องรถติดเอาชนะความงกได้

แต่ว่า ตอนนั้นที่เข้าทางด่วนเรายังไม่สัปหงก เลยจำทางได้ แต่ตอนออกนี่ดิ ออกตรงไหนวะ ขับไปใจตุ๊บๆต่อมๆไป พอใกล้ทางออกเข้าไปเรื่อยๆ เริ่มรน กรูจะไปออกตรงไหนวะเนี่ย

มองป้ายแล้ว

"ดินแดง" กับ "พระราม 9"

อืม.. พระราม 9 ดูเป็นมิตรที่สุดแล้วเลยตัดสินใจไปทางนั้น

แล้วก็ต้องพบว่า เลือกผิดทาง (-- --")

เพราะจำได้ว่ามันไม่ใช่วิวแบบนี้ แต่ไม่ค่อยตกใจเท่าไหร่ พระราม 9 ยังเป็นละแวกที่คุ้นเคย ยังเป็นมิตรกับเราอยู่ เลยขับไปเรื่อยๆ

ใกล้ทางออกอีกแล้ว มีให้เลือกระหว่าง

"คลองตัน" กับ "พระราม 9"

มุ่งตรงไปพระราม 9 ต่อ คลองตันมันไกลเป้าหมายเกินไป แล้วก็ต้องน้ำตาตกอีกรอบเมื่อเจอด่าน

"30 บาท" ยิ่งงกๆอยู่ T-T

ขับไปเรื่อยๆก็เจออีกแล้ว อะไรกับอะไรไม่รู้ จำไม่ได้ แต่ทางนึงมันเป็นด่านเก็บเงินอีกรอบ ไม่ต้องคิดนาน 10 บาทก็จะไม่ยอมเสียให้กับค่าทางด่วนอีกแล้วววววววว

มาถึงออฟฟิศที่อโศกตอน 4 โมงครึ่ง ไปเจอบีที่ห้องสมุด ก่อนกลับบอกบีขอแวะซื้อหนมปังกินหน่อยหิวกันท้องกิ่วมากๆ บีก็ไม่ปฏิเสธเพราะอยู่ในสภาพเดียวกัน

ขับมาถึงตรงแยกฟอร์จูน โทรหาบุ๊ง ถ้าเลิกงานแล้วจะได้รับกลับด้วยเลย ตอนนั้น 5 โมงครึ่ง บุ๊งเลิกงานแล้วแต่งานทับตัวอยู่ ยังออกมาไม่ได้ เลยกลับกัน 2 คน

แล้วก็เกือบขับไม่ไหวตอนที่คุยๆกับบีว่า ถามพี่น้อยหน่าเรื่องนมที่ใช้ทำพุดดิ้ง เรานึกว่าเป็นนมสดตราหมีคุยกันไปคุยกันมาจนถึงเรื่องที่ว่า

นมตราหมีกลิ่นมันจะแรงๆหน่อย

แล้วก็พยายามนึกคำว่าอะไรน้า อ๋อใช่..คาว..

บีก็บอกว่า อื้อ ใช่ๆ นมตราหมีมันคาวหมี

555555555555555555555555555555555555555555555555555

555555555555555555555555555555555555555555555555555

555555555555555555555555555555555555555555555555555

ขอโทษเถอะ ลำบากมากเลยตอนนั้น ขับไปขำไป

นมตราหมีจะแรงหน่อย เพราะว่ามันคาวหมี โอ้พระเจ้า!!! ฮาโคตรรรรรร!!!!

หมดไปหนึ่งวันกับการขับรถ เมื่อยขาโคตรๆ

วันที่ 16 ตอน 5 โมง ไอบุ๊งโทรมา

"เลิกงานแล้ว มารับหน่อย"

"จะบ้าเรอะ ไม่ได้ขับรถมาเฟ้ย"

"โธ่ อุตส่าห์เลิกเร็ว"

".................."

วันที่ 17 เราไปอีกรอบ แต่ครั้งนี้ไป บ่ายโมง -5 โมง

ขับรถไปอีกเช่นกัน ตอนเช้าขับไปที่ออฟฟิศก่อน ก่อนออกดูเข็มน้ำมันแล้วหวั่นๆ ใกล้หมดแล้ว แต่น่าจะพอ(ละมั้ง)

เที่ยงออกจากอโศก มองป้าย เค้าเรียกว่าป้ายอัจฉริยะรึเปล่านะ นั่นล่ะ เห็นว่ารถติด ขับมาถึงอ่อนนุชเลยเลี้ยวเข้า เพื่อไปออกอุดมสุข แล้วค่อยไปออกตรงเซ็ลทรัลบางนา กลับรถก็ถึงไบเทคแล้ว

กระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ รู้ทางลัดๆ รู้ว่ามันทะลุกันได้ แต่ไม่เคยไป แต่เชื่อว่ามันต้องมีป้ายบอกทางเลยกล้าไป

แต่ขอโทษ ทางลัดบ้าไรวะ โคตรคดเคี้ยวเลยล่อไปชั่วโมงกว่าๆ ไปถึงรีบกินข้าวแล้วขึ้นไปนั่งเฝ้า ตอนประมาณ 4 โมง อิงาราชิซังโผล่มา เหวอไปชั่วครู่ ไม่เห็นมีใครบอกเลยว่าจะมา นั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อแปลงานไปด้วย จน 5 โมง อิงาราชิซังบอกว่า

"กลับได้แล้ว"

รับคำแบบไม่มีปฏิเสธเป็นพิธีด้วยความเกรงใจตามสไตล์คนญี่ปุ่น กรูอยากกลับบ้านนนน

ออกจากไปเทค เลี้ยวกลับมาเข้าทางเซ็นทรัลไปทะลุอุดมสุขอีกรอบ เพราะเห็นมีสะพานอยู่ เลยลองไปหน่อยดีกว่า ตอนนั้นเข้าใจผิดว่าเป็นสะพานจากอ่อนนุชที่จะทะลุไปพัฒนาการได้ แต่ไม่ใช่ รู้อย่างนั้นก็ยังลองขึ้นไปอีก ถ้ามีเวลาจะชอบลองทาง เป็นโรคทางลัดขึ้นสมอง

พอลงสะพานมาก้มมองเข็ม ให้ตาย น้ำมันจะหมด ไม่ลงไม่ลองแล้ว ตั้งท่าจะเลี้ยวกลับ กลับบ้านดีกว่า แต่เจอปั๊มข้างหน้าพอดีเลยเข้าไปเติม ขอโทษเถอะ ตอนนั้นมีตังค์อยู่ 400 บาท เลยเติมแค่ 200 ไอ้พนักงานบ้า เติมน้อยบริการเลยตามที่เติม

แทนที่จะสำนึก แต่ไม่ค่ะ ยังขับไปต่อ ขับไปเรื่อยๆเจอปอ.206 กับ สาย 11 อ้าาาา ดูแล้วช่างเป็นมิตรกับเราจริงๆ ถึงสถานที่จะไม่คุ้นเลย แต่เจอรถเมล์สายที่เห็นบ่อยๆเลยใจชื้น

แต่พอขับไปเรื่อยๆก็ต้องคิดผิด

แม่งงงงงงงง กรูอยู่ไหนวะเนี่ยยยยยย

และเหมือนสวรรค์เมตตา ทางข้างหน้าบอกว่าไปพัฒนาการ แล้วแถมปอ.518 ก็กำลังจะเลี้ยวพอดี สายนี้คุ้นเคยกันดี รีบเลี้ยวตามแบบไม่ต้องคิดนาน

ผ่านเมืองทองแล้วคิดถึงมากๆ สมัยมัธยม 6 ปีก็วนเวียนอยู่แถวๆนี้ นึกครึ้มอยากลองขับเข้าไปในเตรียมพัฒน์ซะหน่อย(ไม่เข็ด) อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ เพราะเป็นช่วงเวลาที่แม่ๆกำลังมารับลูก เลยเลี้ยวเข้าเมืองทองเพื่อไปออกกรุงเทพกรีฑา ขับไปก็กรี๊ดกร๊าดไป คิดถึงมากๆ ที่เรียนพิเศษที่เคยเรียนยังอยู่เลย แล้วก็มีโรงเรียนพิเศษอื่นมาเปิดเพิ่มอีก คิดถึงมากๆๆๆ แล้วก็ผ่านเนอสเซอรี่ที่เคยเรียนด้วย คิดถึงจัง

กลับบ้านด้วยความอิ่มเอม

แต่เสียเวลาโคตรๆ จากที่ถ้ากลับตรงๆ 30-45 นาทีก็ถึง แต่นี่ล่อไปชั่วโมงกว่าเกือบชั่วโมงครึ่ง เพราะเป็นโรคบ้าทางลัด ที่คงไม่มีวันเข็ด เพราะเป็นคนไม่ชอบเจอรถติด ขับแรกๆยังเจียมตัว กลัวๆอยู่ ไม่กล้าแซง แต่ตอนนี้มันเริ่มคล่องแล้ว ข้างหน้าติดปุ๊บเลี้ยวไปเลนข้างๆทันที และเลนข้างๆนั้นก็จะติดทันที ส่วนเล่นที่เพิ่งเลี้ยวออกมาก็วิ่งฉิว มันเป็นสัจธรรมของชีวิตจริงๆ บางทีเลยพยายามวิ่งเลนเดิมตลอด

วันเสาร์ ขับรถไปเรียนปกติเหมือนเดิม เรียนสสท. เสร็จก็ไปเรียนโชะโดที่ทองหล่อ ทุกทีจะออกทางเดิม แต่เมื่อวันเสาร์เค้าเปลี่ยนเป็นเดินรถทางเดียวให้ไปออกด้านหลังตึก ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอพ้นรั้วเท่านั้นล่ะ สถานที่ที่อยู่ข้างหน้าทำให้ต้องกรี๊ดดดดดดลั่นรถ

โรงเรียนอนุบาลญี่ปุ่นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

กรี๊ดดดดดดดดดดดดด >_<

วันเสาร์โรงเรียนหยุดเลยไม่มีเด็กซักคน โอยยยยยตายยยยย แต่คิดก็กรุ้มกริ่มอยู่ในใจแล้วววววว อยากเห็นจังเลยย อยากมาเล่นด้วยจังเลยยยยยย

(สำหรับคนที่ไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องดี๊ด๊า เราคลั่งเด็กเล็กๆมากกกๆๆๆๆ ตั้งแต่แรกเกิดจนประมาณ 5 ขวบเนี่ย เห็นไม่ได้เลยค่าาาา ชายหญิงกรี๊ดกร๊าดหมดไม่เกี่ยงจะออกอาการทันที เวลาขึ้นบีทีเอสแล้วเจอเด็กญี่ปุ่นหรือไม่ว่าจะชาติไหนขอให้เป็นเด็กเนี่ย โอยยยจะเป็นลม)

ทำไงดี อยากไปเล่นด้วยจังเลยยย เราต้องความดันพุ่งจนหัวใจวายแน่ๆ แค่เจอคนเดียวก็จะแทบจะลักพาตัวกลับบ้านแล้ว ถ้าเจอทั้งโรงเรียนเราต้องเอาเครื่องปั๊มหัวใจติดไปด้วย ไม่งั้นคงไม่รอด >x<

จากนั้นก็ไปสนญ.เอาใบสมัครวัดระดับไปยื่น คิดหัวแทบแตกว่าจะขับรถไปหรือว่าจะเอาไปจอดที่เอ็มโพเรี่ยมแล้วนั่งบีทีเอสไปดี คิดอยู่นานมากๆ สุดท้ายตัดสินใจขับรถไปเพราะความงก ขึ้นบีทีเอสไปกลับประมาณ 60 บาท(มั้ง)และขี้เกียจหาที่จอดแล้วก็มาต่อรถ ดูมันวุ่นวายยังไงไม่รู้

ไปทางพระราม 4 ไม่เคยขับไปเอง เคยแต่นั่ง แต่ก็พอจำทางได้ เลยไปเรื่อยๆ

ไปถึงถนนสีลม รถติดโคตร และที่ทำให้หงุดหงิดก็คือ จอดรถข้างถนนกันเต็ม แถวๆสีลมคอมเพล๊กน่ะ ไม่เข้าใจเลยว่าเค้าให้จอดหรือยังไง รถติดแบบนี้ไม่น่าให้จอดเลยนะ ทางเข้าซอยคอนแวนต์ก็อีก รถเยอะมาก เพราะดันเป็นวันที่เด็กเซนต์โยกลับมาจากทัศนศึกษา พ่อแม่ผู้ปกครองเลยเพียบ

ขับผ่านซอยแรกที่ดูเหมือนที่จอดรถไป สนญ.อยู่ซอยถัดไป จำได้ว่าเป็นที่จอดรถด้วย ไปถึงกำลังจะเลี้ยวเข้า

ใช่...มันเป็นที่จอดรถ..

แต่เป็นทางออก.. ไม่ใช้ทางเข้า...เศร้าจิต ต้องวนกลับไปใหม่ ไอที่ผ่านมาซอยแรกน่ะแหล่ะทางเข้า ก็เคยสงสัยมาตลอดว่าที่จอดรถซอยนี้กับตรงสนญ.คล้ายๆกันเลยเนอะ

เพิ่งรู้ซึ่งว่ามันไม่ใช่คล้ายหรอก ที่เดียวกันเลย

กว่าจะฝ่าฟันดงรถมาจอดได้ก็เล่นเอาเสียจิตไปพักใหญ่ ตอนขึ้นก็เขียนแปะไว้ว่าจอดฟรี นึกกระหยิ่มยิ้มย่อง จอดฟรีเว้ยจอดเสร็จรีบไปยื่น โชคดีที่ไม่มีคนเลยนึกว่าจะแน่นซะอีก เห็นเป็นวันเสาร์ ยื่นเสร็จรับกลับบ้าน ถึงทางออกยื่นบัตรจอดรถคือเสร็จปิดกระจกเตรียมออกรถ แต่ทางข้างหน้าไม่เปิด หันไปมองหน้ายามแล้วอ่านปากได้ว่า

"30 บาท"

แล้วก็เหลือบไปเห็นป้ายข้างๆ

"ตั้งแต่วันที่เท่าไหร่ไม่รู้จำไม่ได้ ค่าจอดชั่วโมงละ 30 บาท"

บ้านแกเซ่~~~~~~~แล้วตรงทางเข้าเขียนไว้ทำไมว่าฟรี เซ็งเฟ้ย ถ้ารู้ว่าเสียแต่แรกก็ไม่ว่าไรหรอกนะ แต่นี่มัน!!!! เลวมากกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!

วันอาทิตย์ไปรับม๊าที่บ้านอม่า ใกล้ถึงก็บอกให้ลงมาเปิดประตูรอ พอเลี้ยวเข้าซอยปุ๊บบ้านแรก รถไม่มีด้วยเราก็เลี้ยวเลย ปรากฏว่า ม๊าบอกว่าเราขับรถน่ากลัว ไม่กล้านั่ง เป็นงั้นไป แต่เราก็ว่างั้นเหมือนกันแหล่ะ ไม่รู้บีกล้านั่งได้ยังไง สงสัยชินจากป๊า

วันที่ 21 ไปไบเทคอีกรอบ ที่จริงเราไม่ต้องไปแล้ว แต่มันต้องไปธุระด่วน เราเลยไปแทน ก็เหมือนเดิม ตอนเช้าขับไปออฟฟิศก่อน และเนื่องจากความเซอะเบ๊อะเมื่อวันเสาร์ เอาบัตรประชาชนไปซีร็อกซ์แล้วลืมเอากลับมา เลยตั้งใจว่าก่อนไปไบเทคจะแว่บเข้าไปเอาซะหน่อย ยังไงก็ทางผ่าน

แต่แล้วก็ไม่เป็นไปอย่างที่คิด เพราะว่าอิงาราชิซังก็จะไปไบเทคเหมือนกัน ก็เลยจะไปพร้อมเรา ที่จริงเราแวะเค้าก็ไม่ว่าไรหรอก แต่เราขี้เกียจจอดขี้เกียจหลายๆอย่าง แล้วเราไม่ค่อยชอบความรู้สึกที่ว่าคนอื่นต้องมารอเราด้วย ก็เลยช่างมัน เดี๋ยวค่อยมาเอาตอนเย็นก็ได้

ตอนนั้นคิดอยู่ในใจว่า จะนั่งรถเราได้มั้ยนะ สูงกว่า 180 ซม. ได้ชื่อที่เรียกง่ายๆเวลารีบๆว่า "คุณโย่ง" แล้วรถเราไซด์มินิเหมาะกับคนขับขนาดนั้น จะไปรอดมั้ย ยิ่งไปกว่านั้น ยังไม่ชินกับการที่มีคนอื่นมานั่งด้วย ถ้าเป็นบุ๊งบีนี่ไม่เท่าไหร่ เรากับอิงาราชิซังก็ไม่ได้สนิทอะไรกัน แต่ก็ไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธ แล้วในเมื่อกล้ามานั่ง ก็กล้าขับให้

ตอนเที่ยงออกจากออฟฟิศ ตอนขึ้นรถ เราเลื่อนเบาะมาหน้าสุดเลย ส่วนอิงาราชิซัง เลื่อนไปหลังสุด ไม่งั้นนั่งไม่ได้ (-- --;;)a

คราวนี้ก็เหมือนเดิม ดูคุณป้ายอัจฉริยะ แต่ด้วยเหตุที่ว่ามีคุณโย่งนั่งมาด้วย เลยไม่ขับคดเคี้ยวดีกว่า ขับไปตรงๆเลยละกัน แล้วก็ต้องพบว่า "โง่อีกแล้วชั้น" เพราะที่จริงรถมันก็ไม่ได้คิดไรมาก ขับมาทางปกติน่ะ เร็วกว่าเยอะเลย อยากจะเขกหัวตัวเองจริงๆ

อยู่ถึงตอน 5 โมงก็แยกย้ายกันกลับ

เราจะแวะไปสสท.เลยโทรบอกบุ๊งว่าจะไปรับละกัน

ตอนที่ออกจากไบเทคก็มาทางปกติแล้วเข้าพระราม 9 มาออกตรงเพชรบุรี ตอนนั้นน่ะนะ รถไม่ติดเลย คิดว่าไปทันแน่นอน แล้วก็ต้องคิดผิดเมื่อมาถึงสี่แยกอโศกตัดเพชรบุรี ติดอยู่ครึ่งชั่วโมง นึกหงุดหงิดแล้วเมื่อไหร่จะไปถึงสสท.ล่ะนั่น แล้วก็เหมือนเพิ่งมีอะไรมาดลใจให้โทรไปที่สสท.ถามว่าตรงร้านซีร๊อกซ์ปิดกี่โมง จะได้ไม่ไปเสียเที่ยว(เพิ่งจะนึกได้) แล้วก็นั่งอึ้งไปเลยเมื่อทางนั้นบอกว่า

"ปิด 5 โมง"

ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเพิ่งจะรู้ตัวว่าควรโทรไปก่อน แต่ก็นะ พยายามปลอบตัวเองว่า เอาน่าๆๆ มารับบุ๊งๆๆ มันทำงานเหนื่อยๆมารับหน่อยละกัน (แล้วตัวเองไม่เหนื่อยเลยเนอะ)

(จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้จำใส่หัวไว้เลยว่า จะไม่ย่างกรายไปแถวสี่แยกอโศกตัดเพชรบุรีตอนช่วงเวลา 5 โมงอีกแล้ววว ติดโคตะระมหาติด ปล่อยไฟแดงทีละคัน ให้ตายเถอะ แล้วเมื่อไหร่ชาวบ้านจะได้กลับบ้านกันล่ะเนี่ยยย)

โทรคุยเสร็จเลี้ยวรถกลับมาทางพระราม 9 เลย แล้วบุ๊งก็มอบข่าวดีที่หุบยิ้มไม่ได้มาให้

"ต้องไปส่งงานที่ทาวน์อินทาวน์ก่อนกลับบ้าน"

^-^ ไอ้คุณน้อง พักหลังๆนี่รู้สึกจะผันตัวเป็นโชเฟอร์เข้าไปทุกทีแล้ว แต่ก็บ่นไปงั้น สุดท้ายก็ขับไปให้ทุกที

ถึงบ้านเหนื่อยขายใจ เมื่อยขามาก ขับรถในกรุงเทพเนี่ยเหนื่อยโคตรๆเล้ยยย

Since Kae chan let me borrowed fic pair Mr. Happy vs Mr. Respect. I've already turn to be Mr. Happy's slave. So cuteeee and so smart!!!!! Then Mr. Happy vs Ms. No.1Dragon. Oh! My! God!!!!! I'm dying!!! Thank you so much, it's make me have some feeling that no word can explain clearly than "Happy". Other people who hate Y ,maybe don't understand, but I step one foot to this world. So, I can't go back and I won't go back either. I'vesome plot already but still don't have time and important thing "mood" to write it down. So many plot in my head. I didn't write for along long time ,maybe it's a cause that I can't write as good as I want.But, rightnowIprefer reading. So be happy and enjoy whatever youwant to do.

- - Don't never ever let other people

make you feel you don't deserve want you want - -

- - อย่าให้คนอื่นทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่สมควรได้ในสิ่งที่เราต้องการ - -

Heath Ledger พูดไว้ในหนังเรื่อง"10 Things I Hate about You"

ที่จำมาอาจจะผิดไปนิด แต่ว่าโดนมากๆๆๆ หนังเรื่องนี้ดูกี่เรื่องก็ไม่เบื่อ ถ้าไม่ใช่เพราะใครก็ไม่รู้ยืมไปแล้วไม่คืน เราคงจะได้ดูบ่อยขึ้นกว่าตอนนี้

ปล.1 ขอบคุณที่อ่านค่ะ


edit @ 2007/06/27 16:28:19

Comment

Comment:

Tweet

นายไม่อยู่ ว่างๆ มานั่งอ่านเลยก็เพลินดีเหมือนกันะคะเนี่ย

#8 By คุซายะ (58.8.104.82) on 2007-08-07 10:29

เห็นด้วยกับคุณตากลมค่ะ มันต้องเป็นทางลัดเลาะแน่ๆเลย
ขำตรงเหม็นคาวหมีด้วยค่ะ โอย คิดได้ไงเนี่ย

ป.ล. ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมที่บล็อกนะคะ

#5 By Asana Fay on 2006-08-31 19:20

เกิดมาเพิ่งรู้ว่า นมตราหมีใช้นมหมีทำ .... คาว หมี...

#4 By arachan on 2006-08-29 11:29

ขำโคตรๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
นั่งขำคนเดียวในบ้าน
นี่ต้องเป็นมุขเด็ดที่ปลอยออกมาหลังจากที่ทิ้งช่วงการอัพเป็นแน่ โอ้ว อ่านสนุกมากๆ (อ่านจนลืมทำการบ้านเรยยยย)

#3 By Joyce (158.108.210.208) on 2006-08-28 21:52

อ่านเพลินไปเลยค่ะ
เล่าเรื่องได้สนุกจริง ๆ ^^

คำว่า "ทางลัด" เนี่ย มันคงย่อมาจาก "ทางลัดเลาะ" นะคะ
เพราะโดนบ่อย เข้าทางลัดทีไร มันเลาะไปเรื่อย ๆ ล่อเป็นชั่วโมง - -"
บางทีก็ "ลัด" แล้ว "หลง" 555+

แล้วอาการคลั่งเด็กเนี่ย ฟัง ๆ ดูแล้ว น่ากลัวทะแม่ง ๆ นะคะ

#2 By ตา-กลม on 2006-08-28 15:59

เหนื่อยไม๊น้องหนึ่ง อัพได้สนุกยาวเลยนะ

"คาวหมี" บลอคพี่ไม่มีคาวนะ 5555+

เสาร์อาทิตย์นี้ไปงานที่ศูนย์สิริกิตจ์ป่าว